Film R us ลัดเลาะ..หอภาพยนตร์ (ภาค2)

เก็บมาฝาก…..จาก หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) … ตอนที่ 2

ตอนที่แล้ว เราได้พาทุกท่านเที่ยวชม ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์ประกอบฉาก รวมไปถึงของที่ระลึกจากภาพยนตร์ไทยหลายๆ เรื่อง ที่เก็บรวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ มาคราวนี้ จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปชมพร้อมๆกันเลยครับ

เริ่มกันด้วยรางวัลอันทรงเกียรติของแต่ละยุค แต่ละสมัย กันก่อนเลยครับ

(แถวบนจากซ้ายไปขวา) รางวัลตุ๊กตาทอง , รางวัลสำเภาทอง

(แถวล่างจากซ้ายไปขวา) รางวัลพระสุรัสวดี , รางวัลเมขลา

(ในปัจจุบันก็ยังมีอีกหลายๆรางวัล จาก หลายสถาบันที่สร้างขึ้นมามอบให้กับนักแสดงคุณภาพในบ้านเรา)

และนี่ครับ หุ่นจำลองของ คุณมิตร ชัยบัญชา จากภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในชีวิต เรื่อง อินทรีทอง ในฉากไต่บันไดเฮลิคอปเตอร์ก่อนตกลงมาเสียชีวิต เรียกได้ว่าเป็นภาพประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้

บุคคลผู้นี้ เป็นอีกหนึ่งบุคลสำคัญ นั่นก็คือ คุณรัตน์ เปสตันยี ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลจากการประกวดภาพยนตร์ระดับนานาชาติ

เดินถัดมาอีกหน่อย ก็จะได้พบกับฉากจำลองที่สร้างขึ้นคล้ายๆ กับหน้าฟร้อนท์ โรงแรมสมัยก่อน

คุณโต้ง เล่า ให้เราฟังว่า นี่แหละ คือฉากสุดคลาสสิก จาก ภาพยนตร์เรื่อง โรงแรมนรก ซึ่งใช้ฉากนี้เพียงฉากเดียวในการถ่ายทำตลอดทั้งเรื่อง

โรงแรมนรก  ผลงานเขียนบท อำนวยการสร้าง กำกับการแสดง และตัดต่อโดย คุณรัตน์ เปสตันยี ฉายในปี พ.ศ.2500 และ ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 3 ประจำปี พ.ศ.2502 ในสาขาผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (รัตน์ เปสตันยี) ถ่ายภาพยอดเยี่ยม (ประสาท สุขุม) และบันทึกเสียงยอดเยี่ยม (ปง อัศวินิกุล) …. (เรียกได้ว่ากวาดรางวัลไปอย่างมากมาย ถ้ามีโอกาสน่าจะลองหามาชมกันดูนะครับ เห็นในร้านขายของที่ระลึกของที่นี่ก็มีวางจำหน่ายอยู่)

จากเรื่องราวน่าทึ่ง เรามาต่อกันด้วยอุปกรณ์ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา อย่างที่คิดครับ

กระเป๋าใบนี้ตอนที่เราเห็นครั้งแรก ดูภายนอกก็คิดว่าเป็นกระเป๋าใส่เอกสาร หรือที่เรียกกันติดปากว่า กระเป๋าเจมส์บอนด์ ทั่วไป แต่จริงๆ แล้ว มันพิเศษกว่านั้นครับ…เพราะทันทีที่เปิดขึ้นมา จะเห็นว่ามีจอภาพอยู่ด้านบน และเครื่องเล่นอยู่ด้านล่าง ซึ่งสมัยก่อนยังเป็นการใช้เทป Reel อยู่เลย (เก๋ เท่ห์ อย่าบอกใครเชียว…)

จากข้อสันนิษฐานของคุณโต้ง พูดติดตลกกับเราว่า เครื่องเล่นนี้อาจจะเป็นต้นกำเนิดของเครื่องเล่นดีวีดีฉบับกระเป๋าในปัจจุบันเลยก็เป็นได้ … (แหม..ก็มีความน่าจะเป็นไปได้อยู่นะครับ)

ในมุมนี้ก็เป็นมุมที่รวบรวมอุปกรณ์เกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพยนตร์สมัยก่อน ไว้มากมายเลนทีเดียว (ดูจากหน้าตาของกล้องแต่ละตัวแล้ว คงแทบจะไม่มีให้เห็นกันแล้วในปัจจุบันนี้)

โต๊ะเขียนหนังสือ เก้าอี้ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในภาพนี้ เป็นมุมโปรดของบุคคลสำคัญที่ได้ชื่อว่า เศรษฐีตุ๊กตาทอง ท่านอาจารย์ วิจิตร คุณาวุฒิ (ถ้าใครได้ไปเห็นของจริง ขอบอกเลยว่ายังคงความขลังเอาไว้มากๆ)

อุปกรณ์เหล่านี้ คือ สิ่งที่ใช้ในการทำ Subtitle ของภาพยนตร์ในอดีต

เจ้าหน้าที่ (คุณโต้ง) เล่าให้เราฟังว่า สมัยก่อนการทำ Subtitle ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนในปัจจุบัน เพราะกว่าจะทำได้ในแต่ละบท แต่ละประโยคนั้น ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน และคิดดูสิครับว่า กว่าจะทำ Subtitle เสร็จจนจบเรื่องนั้น จะใช้เวลานานสักแค่ไหน …. (เฮ้อ!!!)

และนี่ครับ ดูแล้วคลาสสิกมากๆ ช่องขายตั๋วหนัง  และตั๋วหนังสมัยก่อน

(ไม่รู้ว่ามีใครทันได้เห็นตั๋วหนังแบบนี้กันบ้างหรือเปล่า)

ถัดจาก ช่องขายตั๋วหนัง มาถึงห้องสุดท้าย ท้ายสุดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้  เค้าก็ได้จำลองโรงภาพยนตร์เอาไว้ให้เราได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศ และนั่งชมหนังตัวอย่างกันด้วย

ส่วนที่นั่งในโรงหนัง ก็มีทั้งแบบธรรมดา และแบบวีไอพี ให้เลือกนั่งกันได้ตามใจชอบด้วยนะครับ…:ซึ่งก็เป็นเก้าอี้ชมภาพยนตร์ในสมัยก่อนที่ได้รับบริจาคมาจากหน่วยงานต่างๆ เห็นแล้วต้องทึ่งกันทีเดียว

เรื่องราวที่รวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะครับ พอก้าวออกมานอกตัวอาคารก็จะพบกับร่องรอยเหล่านี้ละครับ….

ต่างประเทศเค้ามี Hollywood walk of frame บ้านเราก็มีเหมือนกันนะครับ  รวบรวมไว้ทั้งนักแสดงรุ่นเก่า รุ่นใหม่ มากมาย (ธรรมดาซะที่ไหน)

และนี้ล่าสุด สดๆร้อนๆ คุณเจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เจ้าของรางวัล ปาล์มทองคำ จากเรื่อง “ลุงบุญมีระลึกชาติ” ในเทศกาลหนังนานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 63 ก็มาครับ

และทั้งหมดนี้ (2 ตอน) ก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวต่างๆ มากมาย ที่รวบรวมเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย ที่เราได้ไปเก็บมาฝากกัน ขอบอกเลยว่ายังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมายมายเหลือเกิน  เล่ายังไงก็คงไม่ได้อรรถรสเท่ากับการได้ไปสัมผัสด้วยตาของคุณเอง รับรองว่าผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์หากมีโอกาสได้แวะไปเยี่ยมชมแล้วต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ และสำหรับประสบการณ์ดีๆ ในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ (คุณโต้งและคุณน๊อต) เป็นอย่างมากที่เสียสละเวลา พาเราไปสัมผัสกับโลกแห่งภาพยนตร์ ที่น่าประทับใจ (ยกนิ้วให้เลยครับ)

“พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย” แหล่งการเรียนรู้เกี่ยวกับภาพยนตร์ไทย

เปิดให้เข้าชมทุกวันเสาร์-อาทิตย์ วันละ 3 รอบ 10.00 น. 13.00 น. และ 15.00 น.

(มีวิทยากรนำชมทุกรอบ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่  โทร. 02 482 2013-15 ต่อ 111

นอกจากนั้น ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ยังมีการฉายภาพยนตร์ให้ชมกันฟรี!!! ทุกวัน

ใครสนใจลองโทรไปสอบถามกันดูนะครับ รับรองว่าคอหนังต้องชื่นชอบกันอย่างแน่นอน…

การเดินทาง

รถประจำทางปรับอากาศ สาย 515, 547, 84ก.

รถประจำทาง สาย 123, 124, 125, 84ก

รถยนต์ส่วนตัว ตามแผนที่ด้านล่างนะครับ

(แต่ถ้าไปไม่ถูกยังไงก็สามารถโทรสอบถามเส้นทางได้ตามเบอร์โทรด้านบนนะครับ)

หัวข้ออื่นๆ

Leave a comment

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Your email is never shared. Required fields are marked *