เรื่องราวความรักของ คุณชัยพร สืบสาย(กันต์) ที่จะได้ไปเติมความหวานกันถึง AANA Resort & Spa เกาะช้าง
เรื่องราวความรักของเราสองคนเกิดขึ้นจากความใกล้ชิดกันครับ ซึ่งผมทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่น้องเค้าเรียนอยู่ ซึ่งทุกคนเมื่อเรียนชั้นปีที่ 3 ต้องย้ายมาเรียนที่กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะออกฝึกงานฯเพราะน้องเขาเรียนสาขาธุรกิจการบิน ต้องฝึกงานกับสายการบินต่างๆ ตอนแรกที่น้องเขาย้ายเรียนที่กรุงเทพฯใหม่ๆก็ยังไม่ได้มีโอกาสคุยกันสักเท่าไหร่ เพียงแค่รู้จักว่าใครชื่ออะไรบ้าง เพราะเพื่อนๆร่วมรุ่นของน้องเขามีประมาณสองร้อยกว่าคน ผมก็ไม่ได้รู้จักทุกคนบวกกับตอนนั้นผมก็มีแฟนอยู่แล้ว จึงไม่ได้สนใจน้องเขาสักเท่าไหร่เพียงแค่ทำงานไปตามหน้าที่ แต่ก็มีโอกาสได้คุยกันบ้างเริ่มรู้จักชื่อเพราะน้องเขาเข้าอบรมภาษาอังกฤษนอกเวลาเรียน ผมก็จะมีหน้าที่ดูแลช่วยเหลืออำนวยความสะดวก ติดตั้งอุปกรณ์ช่วยสอนให้อาจารย์ เริ่มสังเกตและก็คิดในใจว่าน้องเค้าขยันดีนะ ดูแล้วน่ารัก ใสๆ เริ่มมีใจชอบน้องเขาบ้าง ชื่นชมในตัวเขา
จนกระทั่งผมได้มีโอกาสจัดกิจกรรมพาน้องๆนักศึกษาไปเที่ยวต่างจังหวัด(ทุ่งทานตะวันเดินทางโดยรถไฟ)ก็ได้มีโอกาสพูดคุยและสนิทกันมากขึ้นซึ่งเป็นจังหวะที่ผมกับแฟนเก่าเริ่มมีปัญหากันอยู่บ้าง ทำให้ผมเปิดใจมากขึ้น (จากเดิมที่ปกติแล้วคบใครผมก็จะให้เกียรติคบคนเดียว) แต่แค่คิดเล่นๆว่าถ้าผมเลิกกับแฟนเก่าผมจะจีบน้องคนนี้ จนกระทั่งปลายปี 2552(ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่)แฟนเก่าและผมเริ่มห่างกัน มีโอกาสเจอกันน้อยลง ผมจึงตัดสินใจเลิกกับแฟนเก่าอย่างเป็นทางการและตัดสินใจจีบน้องเค้า ซึ่งเป็นโชคชะตาหรือฟ้าลิขิตผมไม่ทราบ ก่อนวันสิ้นปีผมตั้งใจจะเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด ผมได้นัดกับญาติเพื่อเดินทางกลับบ้านพร้อมกันนัดเจอที่ขนส่งสายใต้ใหม่ แล้วก็เป็นความบังเอิญที่ผมได้เจอน้องเขาที่นั่นก่อนเดินทางกลับ ผมเห็นเค้า ผมตื่นเต้นแล้วก็พูดคุยทักทายกันเล็กน้อยเป็นมารยาท
จนกระทั่งต่างคนต่างเดินทางกลับถึงบ้านผมจึงตัดสินใจโทรถามเค้าด้วยความเป็นห่วงว่าถึงบ้านแล้วหรือยังเพราะช่วงปีใหม่คนเยอะมาก นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรู้สึกดีๆที่มอบให้น้องเค้า แต่น้องคงยังไม่รู้ตัวว่าผมชอบ จนกระทั่งผมกลับมากรุงเทพและเริ่มทำงานสัปดาห์แรก ก็ได้ตัดสินใจโทรหาน้องเค้าอีกครั้งและได้ชวนไปดูหนัง นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ใกล้ชิดกันและเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่แค่พี่กับน้องคุยกัน
จากนั้นมาจึงโทรหากันคุยกันมากขึ้นและตัดสินใจคบกันเป็นแฟน แต่ความรักไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ คำนี้ใช้ได้จริงสำหรับผมเพราะด้วยหน้าที่และงานที่ผมทำอยู่เป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยซึ่งน้องเค้าเรียนอยู่ที่นี่คงไม่เหมาะสมถ้าคนอื่นรู้เราจึงได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวว่ายังเปิดเผยให้ใครรู้ไม่ได้แม้แต่เพื่อนของน้องเค้าเอง เพราะจะดูไม่เหมาะสม แต่หลังจากนั้นมาก็เริ่มมีเพื่อนสนิทของเค้าบ้าง มีคนสังเกตว่าเราไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง ก็ทำให้เริ่มมีคนรู้มากขึ้นว่าเราคบกัน เป็นจังหวะเดียวกันกับว่าน้องเค้าเรียนจบจากที่นี่พอดี จึงไม่น่าห่วงสักเท่าไหร่ ความประทับใจในตัวน้องเค้าคือโดยรวมแล้วชอบน้องเค้าตรงที่เป็นคนเก่ง ฉลาด ดูแลตัวเองได้ เอาใจใส่และเป็นห่วงเราเสมอ
เหตุผลที่คู่ของผมควรได้รับรางวัลที่พักสุดหรูเพราะ จากวันนั้นถึงวันนี้เราคบกันมาก็เกือบจะครบรอบ 1 ปี เพื่อเป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆและของขวัญปีใหม่ให้แก่น้องเขาผมจึงอยากพาน้องเค้าไปเที่ยวบ้างเท่าที่ผมจะทำได้เพราะฐานะผมไม่ได้ร่ำรวยสักเท่าไหร่ถ้าจะไปเที่ยวไกลๆก็คงต้องเก็บรวบรวมเงินเป็นปี เค้าเคยพูดว่าอยากไปเที่ยวแต่ผมก็ยังไม่มีโอกาสพาน้องเค้าไปสักครั้ง ด้วยสภาวะทางการเงินของผมเองที่ต้องเอาเงินส่วนหนึ่งที่ได้มาแต่ละเดือนไปช่วยดูแลและรักษาพี่สาวที่ป่วย จึงยากที่ผมจะพาน้องเค้าไปเที่ยวไกลๆสักครั้ง เพื่อช่วยสร้างฐานความรักของเราสองคนให้มั่นคงและแข็งแรงขึ้น เติมความหวานมากขึ้น ผมจึงอยากจะไปพักผ่อนและท่องเที่ยวกับน้องเขาในสถานที่ๆเป็นส่วนตัวสักครั้ง เพราะผมคิดอยู่เสมอว่าชีวิตคนเรามันสั้น ไม่มีใครล่วงรู้อนาคตได้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันไปนานแค่ไหนเมื่อมีโอกาสถึงแม้จะไม่ใช่จากน้ำพักน้ำแรงของผมเองผมก็อยากแสดงให้เค้าเห็นว่าผมมีความพยายามที่จะพาเค้าไปเที่ยวนะครับ และอยากบอกน้องเค้าว่าผมรักน้องเค้าด้วยใจ (น้องจอย)
และอีกเรื่องราวความรักของคุณแสงเดือน วรรณชาติ(นุ้ย)ที่จะได้พาคู่ชีวิตไปเติมหวานกัน
ดิฉัน ชื่อเล่น นุ้ยค่ะ เรื่องราวความรักของเรากับแฟนใหม่มีอยู่ว่า ก่อนอื่นขอย้อนอดีตกลับไปในสมัยเรียนเลยนะค่ะ เริ่มแรกนุ้ยคบหาอยู่กับแฟนคนเก่า เขาก็มีนิสัยดี เอาใจใส่เรา แคร์เราสม่ำเสมอดี แต่มีข้อเสียอยู่ว่า เขาเป็นคนทำงานซึ่งต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดไกลๆ แต่เราก็จะคุยโทรศัพท์กันสม่ำเสมอดี คุยกันทุกวัน และวันละหลายๆ ครั้ง จนนุ้ยคิดว่าเขาอยู่ใกล้เราด้วยซ้ำไป หลังจากเราคบหากันอยู่ช่วงหนึ่ง
จากนั้นนุ้ยตัดสินใจมาเรียนต่อปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เราก็ยังคุยและติดต่อกันเป็นปกติ เหมือนเคย มาเจอกันเดือนละหนึ่งครั้ง ช่วงที่มาเรียนแรก ๆ ก็ไม่ค่อยสนิทกับใคร จนมาได้ทำงานวิจัยวิทยานิพนธ์ แต่เนื่องจากเราไม่มีทักษะ และไม่ได้เรียนด้านนี้มาก่อนเลย จึงตัดสินใจคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษา และอาจารย์ที่ปรึกษาก็ได้แนะนำให้รู้จักกับนักศึกษาปริญญาตรีปี 4 ที่ทำงานวิจัยกับอาจารย์ มีนักศึกษาหลายคนที่ทำงานร่วมกับอาจารย์ เนื่องจากเราไม่เคยเรียนด้านนี้มาก่อน ต้องมีการเตรียมอาหารสำหรับเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ แต่เราได้คุยกับนักศึกษาปริญญา ตรีคนหนึ่ง ชื่อนามแฝงว่า “กัน”แล้วกันน่ะ เป็นคนรูปร่างสูง ผิวขาวเหลือง ใส่แว่นตาเหมือนเด็กเรียน เราจึงบอกกับกันว่าว่างๆ จะขอไปเรียนปรุงอาหารด้วย กันก็ยิ้มและมาได้นำเรื่องการปรุงอาหารมาเล่าให้เพื่อน ๆ ที่ทำงานวิจัยด้วยกันฟัง
หลังจากนั้นสองวันเราก็ได้มาเรียนรู้การเตรียมอาหารกับนักศึกษาปริญญาตรี แต่ด้วยที่เพื่อนของกันเป็นคนชอบแซวจึงล้อเราที่เราพูดผิด จากการเตรียมอาหารเป็นปรุงอาหาร ซึ่งบอกว่าไม่ใช่ทำกับข้าวน่ะถึงต้องปรุงอาหารให้เนื้อเยื่อทาน จึงเข้าใจว่ากันเป็นคนมาเล่าให้เพื่อนคนอื่นๆ ฟัง จนนุ้ยรู้สึกอายแทบแซกแผ่นดินหนี ทำให้เหตุการณ์หลังจากนั้น นุ้ยก็ไม่ชอบนายคนนี้เลย
แต่มีเรื่องราวมากมายที่เข้ามาทำให้เราสนิทกัน ตั้งแต่ช่วยเตรียมอาหารสำหรับเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ช่วยสอนทักษะต่าง ๆ การเก็บตัวอย่างมาเพื่อทำ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พอถึงเวลาไปทานข้าว ก็ไปทานด้วยกันกับกลุ่มเพื่อน ๆ ของเขา และเนื่องจากนุ้ยไม่มีรถมอไซด์ ก็ต้องซ้อนเขาไปด้วย หลังจากเตรียมอาหารเป็นช่วงรอเวลาให้การเตรียมแล้วเสร็จประมาณ 3 ชั่วโมง บางวันเป็นช่วงเย็นถึงค่ำ กันก็จะอาสามานำอาหารออกจากเครื่องให้อีก พอเวลาผ่านไปเราก็เริ่มเรียนรู้นิสัยของเขา ด้วยความมีน้ำใจ และนิสัยใจคอเขาไม่เหมือนคนอื่น ช่วยเหลือเราตลอด ทุกเรื่อง ไม่เกี่ยงเลยถึงแม้ว่าจะไม่ใช่งานของเขา อัธยาศัยดี
แต่เรื่องราวของนุ้ยกับแฟนคนเก่าก็ยังดำเนินไปเป็นปกติ คือคุยโทรศัพท์ และพบเขาทุกเดือน แต่รู้สึกว่าหลังๆ ตัวเองได้เปลี่ยนไป ไม่ค่อยอยากคุยโทรศัพท์กับแฟนคนเก่า และเวลามีโทรศัพท์มาเราจะเดินหนีออกมาคุยข้างนอกเพื่อไม่ให้กันได้ยิน จนเวลาผ่านไปนานมาก
หลังจากที่ได้เรียนรู้ทำงานวิจัยประมาณ 6 เดือน จากการไปทานข้าวด้วยกัน ก็เปลี่ยนไปดูหนังด้วยกัน ทำอะไรกินด้วยกันกับเพื่อน ๆ นักศึกษาของเขา จนเรากลายเป็นนักศึกษาปริญญาตรีไปโดยไม่รู้ตัว อยู่กลุ่มเดียวกัน จากการทานข้าวด้วยกันมื้อเดียวแต่ละวันก็กลายเป็นทานด้วยกันแทบทุกมื้อ พอถึงวันเกิดของกัน นุ้ยอยากซื้อของขวัญให้เขาสักชิ้นเป็นเสื้อสีกรมท่า แต่ไม่กล้าให้จึงแขวนไว้ที่รถมอไซด์ พอตกตอนเย็นเราก็กระวนกระวายใจว่ากันจะเห็นของขวัญของเราที่แขวนไว้กับรถหรือป่าว แต่ไม่มีเบอร์ติดต่อ เราจึงโทรไปขอเบอร์กันจากอาจารย์ ที่ปรึกษา พอได้เบอร์มาแล้ว ก็โทรไปถามเรื่องของวขวัญ ปรากฏว่าได้รับแล้ว กันบอกว่าชอบมาก และชวนเราไปฉลองวันเกิดกับเพื่อน ๆ เขา แต่เราไม่กล้า เหมือนเริ่มเกิดอาการอายน่ะ แต่หลังจากได้เบอร์โทรมา จากที่ได้เจอกันที่มหาลัยแล้ว ก็ได้คุยโทรศัพท์คุยกันอีก ทุกวัน จนรู้สึกว่านิสัยเราสองคนเข้ากันดี คุยกันถูกคอ ตามใจเรา แคร์เรา เป็นห่วงเรา และเขายังไม่มีใครด้วย แต่ผิดที่เรามีแฟนอยู่แล้ว แต่เรากลับเหมือนว่าคนนั้นไม่ใช่สำหรับเราอีกต่อไป ทำอะไรก็ไมาได้ดังใจเรา ไม่ถูกใจเรา ทะเลาะกันบ่อยขึ้น ซึ่งสองคนเหมือนอยู่กันคนละขั้วเลย นิสัยต่างกันสิ้นเชิง จากที่เราต้องเอาใจคนเก่า ตามใจแฟนคนเก่า พอมาพบกับกันแล้ว เราเป็นฝ่ายถูกเขาเอาใจและตามใจมากกว่า กันก็รู้ว่าเรามีแฟนอยู่แล้วเขาก็เริ่มจะถอยห่างเราเพื่อไม่อยากเป็นถือที่สามระหว่าเรากับแฟนคนเก่า
แต่ในที่สุดแล้วตัวเราเองเป็นคนตัดสินใจที่บอกเลิกกับแฟนคนเก่า และมาคบกับกันเป็่นแฟน กันเป็นนักศึกษาปริญญาตรีแต่ด้วยที่อายุเท่ากันกับเรามั้ง นิสัยเลยเข้ากันเร็ว พอคบกันแล้วเราก็เริ่มอายกับเพื่อนๆ ของกันว่า เราเรียนปริญญาโทแต่มาคบกับนักศึกษาปริญญาตรี เหมือนกับว่าโคแก่อยากกินหญ้าอ่อน แต่ด้วยนิสัยของกัน ที่คอยให้กำลังใจเราเสมอ ว่าเป็นเรื่องของเราสองคนไม่ต้องสนใจ ใคร ให้แคร์เขาอย่าไปแคร์คนอื่น แล้วเราก็จะรู้สึกดีเอง เราคบกันอยู่หนึ่งปีกว่า ก็ชวนเขาไปเที่ยวบ้าน เพื่ออยากลองดูว่าที่บ้านจะชอบเขาหรือป่าว ผลปรากฏว่า พ่อแม่ญาติพี่น้องของเราก็ชอบเขา เพราะนิสัยใจคอของเขานั่นเอง สามารถชนะใจทุกคนได้ หลังจากนั้นเราก็คบกันอย่างเปิดเผย เวลาผ่านไปเจอเรื่องราว และอุปสรรคมากมายในชีวิต ตอนนุ้ยเรียนจบใหม่ ๆ เราสองคนต่างทำงานต่างที่กันคนละจังหวัดเลย ด้วยความรักที่เรามีให้กันเสมอมา ความเสมอต้นเสมอปลายของเขาที่มีให้เราไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ปัจจุบันนุ้ยกับกันแต่งงานกันแล้วค่ะ คบกันมาเจ็ดปีกว่าแล้ว ความประทับใจในตัวเขา เขียนบรรยายออกมาคงไม่หมดแน่นอน นุ้ยคิดอยู่เสมอว่าคนดี ๆ อย่างเขาหาไม่ได้อีกแล้ว ผู้ชายที่เราสามารถมอบชีวิตให้เขาดูแลได้ ความรักที่เรามีให้กัน เกิดเป็นสายใยแห่งรักเชื่อม ใจระหว่างเราชั่วนิรันดร เราแต่งงานกันวันที่ 10 ม.ค.2552 ปีหน้าจะคบสองปีแล้ว อยากได้เป็นของขวัญฮันนีมูนค่ะ เพราะตั้งแต่แต่งงานกันยังไม่ได้ไปฮันนีมูนเลยค่ะ เนื่องจากเราสองคนปัจจุบันทำงานคนละที่ กันบรรจุเป็นครูอยู่จังหวัดพะเยา ส่วนดิฉันทำงานอยู่จังหวัดขอนแก่น ตอนแต่งงานกันเราสองคนก็ลาที่ทำงานมาแล้วหนึ่งอาทิตย์และยังหาโอกาสไม่ได้สักทีด้วยทั้งรายได้ที่มีไม่มาก ดิฉันยังแอบน้อยใจตัวเองไม่ได้ไปเที่ยวพักผ่อนกันสองคนบ้างเลย แต่ด้วยที่เขาให้กำลังใจฉันว่าโอกาสของเราคงมีสักวันค่ะ ในหนึ่งเดือนกันจะเดินทางมาพบดิฉันเดือนล่ะหนึ่งถึงสองครั้งค่ะ ด้วยความรักที่เกิดขึ้นทำให้เกิดเป็นความคิดถึง ความห่วงใยที่มีให้กันตลอดมาค่ะ
ดิฉันเมื่อเห็นกิจกรรมนี้เลยตัดสินใจส่งเรื่องราวความรักของเราทั้งสองแบบย่อๆ เพื่อลุ้นแพ็กเกจนี้ ค่ะ




